กระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษา

ดร.อนันท์  งามสะอาด : เรียบเรียง
หากพิจารณาถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษา  ในเชิงระบบสามารถแสดง  ดังแสดงในรูปที่ 1

รูปที่ 1  แสดงรูปแบบเชิงระบบในการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน 

(ที่มา : อนันท์  งามสะอาด, 2553)

            จากรูปที่ 1   แสดงรูปแบบเชิงระบบในการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน  ดังนี้

                         1.  ปัจจัย (Input) ได้แก่  แนวโน้มการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษ   ที่สอง (2552 – 2561)  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551  มาตรา 8   และภารกิจของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

                         2.  กระบวนการ (Process) ได้แก่  การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การจัดการเรียนรู้          การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี   การกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  การพัฒนาการวัดและการประเมินผล

                        3.  ผลผลิต (Output) ได้แก่  ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ระดับฝีมือ ระดับเทคนิค ระดับเทคโนโลยี  มีคุณภาพและสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของสถานประกอบการ และมีปริมาณเพียงพอต่อ     ความต้องการกำลังคน

             จากรูปแบบเชิงระบบในการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน  สามารถอธิบายได้ ดังนี้

 

 

แนวโน้มการอาชีวศึกษา

             1.  การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง (2552 – 2561) ให้ความสำคัญกับการปรับคุณภาพ ค่านิยม   และมาตรฐานการอาชีวศึกษา เนื่องจากการอาชีวศึกษาเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและพัฒนากำลังคน   ในด้านวิชาชีพ  ระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ไปทำงานในสถานประกอบการ               และประกอบอาชีพอิสระ

             2.  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551  มาตรา 8  การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพให้จัดได้โดยรูปแบบ ดังต่อไปนี้

                        2.1  การศึกษาในระบบ  เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถานศึกษาอาชีว   ศึกษาหรือสถาบันเป็นหลัก โดยมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาการวัด            และการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน

                         2.2 การศึกษานอกระบบ  เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและ                ความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม

                         2.3 การศึกษาระบบทวิภาคี  เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง     สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ  รัฐวิสาหกิจ  หรือหน่วยงานของรัฐใน             เรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน  การวัดและการประเมินผลโดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือ       หน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดการศึกษา    ตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันนั้นต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ

             3. ภารกิจของสถานศึกษาอาชีวศึกษา มีภารกิจในการผลิตกำลังคนระดับช่างฝีมือ ระดับช่างเทคนิค และ   ระดับเทคโนโลยี โดยเน้นให้มีทักษะที่หลากหลาย (Multi Skill) เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมฐานความรู้  (Social Knowledge Based) เพื่อการพัฒนาประเทศ ตระหนักในความสำคัญของการสร้างคุณภาพ โอกาส ความร่วมมือ และขับเคลื่อนให้การอาชีวศึกษามีความพร้อมรองรับการเปิดเสรีทางการศึกษา พ.ศ.2558  มุ่งเน้นการผลิตผู้สำเร็จการศึกษาทั้งปริมาณ และคุณภาพ มีสมรรถนะ ทักษะฝีมือ  เป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนด้านอาชีวศึกษา ทั้งในระดับพื้นที่  ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ  เน้นการศึกษาในระบบ นอกระบบ  การศึกษาระบบทวิภาคี  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะร่วมกับสถานประกอบการ  ตอบสนองความต้องการกำลังคนในประเภทวิชาอุตสาหกรรม ประเภทวิชาพาณิชกรรม / บริหารธุรกิจ  ประเภทวิชาคหกรรม  ประเภทวิชาศิลปกรรม ประเภทวิชาเกษตรกรรม  ประเภทวิชา      ประมง   ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  ประเภทวิชาอุตสาหกรรมสิ่งทอและประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีรูปแบบเชิงระบบในการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน 

การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการจัดการเรียนรู้

             หลักสูตรการอาชีวศึกษาในปัจจุบัน ประกอบด้วย

             1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545  (ปรับปรุง  พ.ศ. 2546)  

             2.  หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546

             3.  หลักสูตรระยะสั้น พุทธศักราช 2551

            เมื่อพิจารณาแนวโน้มสภาพตลาดแรงงานในปัจจุบัน  จำนวนแรงงานอาชีวศึกษามีความขาดแคลน  และไม่ตรงสาขา ในแต่ละอุตสาหกรรม ในภาพรวมทั่วประเทศควรพิจารณา ดังนี้   

             เนื่องมาจากหลักสูตร ไม่สอดคล้องสภาพความต้องการแรงงานตามสาขาวิชาชีพ  สถานศึกษาอาชีวศึกษาควรดำเนินการจัดทำหลักสูตรระดับสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น   สังคม และสถานประกอบการ  โดยจัดทำความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ของแต่ละอาชีพ โดยเชิญตัวแทนผู้เชี่ยวชาญในอาชีพแต่ละกลุ่มอาชีพและครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญสาขาอาชีพมาร่วมดำเนินการ ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการสอดคล้องกับงาน              อาชีพที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน สามารถพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้ง่าย สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก

การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี  

             นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการ  เทคโนโลยีการบริหารจัดการการอาชีวศึกษา         ควรพิจารณา ดังนี้

             1.  ใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  (พ.ศ. 2553-2556)

             2.  สนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาทั้งการเรียนการสอน การฝึกอบรมและการบริหารจัดการ อาทิ  การจัดหาและพัฒนาระบบ Virtual Classroom การจัดระบบ Learning System Management : LMS  โดยการจัดการเรียนการสอน Cyber Community ผ่านเครือข่ายระบบอินเตอร์เน็ต  จัดการเรียนการสอน e-Learning  การเรียนการสอนบนเว็บ (WBI)  การฝึกอบรมบนเว็บ (WBT)  การส่งเสริมการเรียนการสอนบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่  การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ Cyber ปลายทางในสถานศึกษาและ   แหล่งเรียนรู้เครือข่าย จัดหาและพัฒนา สื่อ ICT เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ครอบคลุมสาขาวิชาชีพหลัก  และหลักสูตรแกนวิชาชีพ รวมทั้ง  วิชาเลือก จัดหาและพัฒนาเพื่อเผยแพร่ความรู้  e-Book, e-Library,    Self Access Learning, Internet Mobile, e-Office, VDO Conference และ Social Media

             3.  พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาเพื่อการแข่งขันของประเทศ จัดหาและพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ และชุดฝึกทันสมัยในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ จัดหาและพัฒนาห้องเรียนจำลองและห้องปฏิบัติการทันสมัย จัดหาครุภัณฑ์ยานพาหนะสนับสนุนการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี  และ      การส่งเสริม  การพัฒนาอาชีพแก่ประชาชนในท้องถิ่น  พัฒนาสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง       เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  พัฒนาระบบบริหารจัดการอาชีวศึกษาแบบ        มีส่วนร่วม และเน้นหลักการบูรณาการ 

             4.  พัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีวิชาชีพเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาขีดความ สามารถด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้างสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้านวิชาชีพเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และองค์ความรู้ นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวิชาชีพ และประเทศชาติ

การกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

          การกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Smart &Smile)               มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของสถานประกอบการและสังคม ควรพิจารณา ดังนี้

             1.  คุณลักษณะของผู้เรียนอาชีวศึกษา

                         1.1  Smart  ได้แก่

                             1.1.1  เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพ ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ

                             1.1.2  เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน ได้แก่  มีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์  มีความสนใจด้านวัฒนธรรมไทยหรือศิลปะและวรรณกรรม  มีความสามารถในการเล่นกีฬา  มีความรู้พื้นฐานภาษาต่างประเทศ  มีความรู้ ทักษะ                ด้านกระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่ม
                              1.1.3  มีความรู้ความสามารถในด้านการจัดการ

                         1.2  Smile ได้แก่

                     1.2.1  เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถดำรงตนอยู่ในทุกสังคมที่ดีได้อย่างเต็ม

                                                ภาคภูมิ

                     1.2.2  มีเอกลักษณ์ความเป็นคนไทย

                     1.2.3  มีค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคม ได้แก่ รับผิดชอบ มีวินัย  มีน้ำใจ มีมนุษย

                                          สัมพันธ์  มีจิตสาธารณะ นิยมประชาธิปไตย  การทำงานเป็นทีม จงรักภักดี

                                                ต่อองค์กร     

           1.2.4  ดำรงตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯ

             2.  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษา ควรพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ กิจกรรมนอกหลักสูตร (Extra  Curricular Activities) กิจกรรมร่วมหลักสูตร (Co – Curricular Activities) กิจกรรมกึ่งหลักสูตร (Semi  Curricular Activities) กิจกรรมพิเศษ (Extra Activities)  กิจกรรมสถานศึกษา (School Activities) กิจกรรมกลุ่ม (Group Activities) กิจกรรมริเริ่ม (Initiate Activities) กิจกรรมครูและนักเรียน (Teacher – Student  Activities) กิจกรรมชีวิตในสถานศึกษา (School – Life Activities) กิจกรรมพัฒนา (Developmental Activities) กิจกรรมสถานศึกษาเชิงสร้างสรรค์ (Creative School Activities) กิจกรรมไม่เป็นทางการ (Informal Activities)

             3.  แนวทางดำเนินการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

             แนวทางการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาควรพิจารณา ดังนี้

                         3.1 กิจกรรมพัฒนามาตรฐานการอาชีวศึกษาและการเรียนรู้ด้านวิชาชีพตลอดชีวิต พัฒนามาตรฐานอาชีพ พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะทาง หลักสูตรวิชาชีพทั้งในและนอกระบบให้มีความหลากหลาย เชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพและการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาบ่มเพาะให้ผู้เรียนใฝ่หาความรู้ มีค่านิยมให้มุ่งสู่การเรียนอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น เสริมสร้างให้มีสมรรถนะ ด้านการสื่อสาร ภาษา IT  การคิดวิเคราะห์  ทักษะอาชีพ รองรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ  มีคุณธรรม  จริยธรรม มีจิตสาธารณะ (Public Mind) และวุฒิภาวะทางอารมณ์

                         3.2 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ด้านวิชาชีพ สร้างระบบการเรียนรู้อาชีวศึกษาส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้วิชาชีพตลอดชีวิต วัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการมีงานทำ การสร้างผู้ประกอบการใหม่ให้สอดคล้องกับภูมิสังคมอาชีพ

                         3.3  กิจกรรมสร้างเครือข่ายชุมชนความรู้ด้านวิชาชีพ พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิชาชีพในชุมชน ร่วมกับ สถานประกอบการ ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บ้าน สถาบันศาสนา  สถาบันทางการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

การพัฒนาการวัดและประเมินผล

             แนวทางการวัดและประเมินผลผู้เรียนอาชีวศึกษา  ควรพิจารณา ดังนี้

             ควรใช้รูปแบบการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยประเมินตามสมรรถนะงาน สมรรถนะรายวิชา และสมรรถนะผู้เรียน ที่กำหนดในหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Curriculum) และใช้ข้อสอบ V- net ( Vocational National Education Test  )  ซึ่งเป็นการการทดสอบวัดความรูมาตรฐานทางวิชาการ   และวิชาชีพตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามโครงสรางหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2545 ปรับปรุง พ.ศ. 2546  โดยใช้คุณวุฒิวิชาชีพ (Vocational Qualification) เป็นฐานเปรียบเทียบในการวัดและประเมิน

ความคาดหวัง (Expectations)

            กระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษา โดยการสร้างคุณภาพ โอกาส และความร่วมมือ  จะส่งผลให้เกิด ผลผลิต (Output) ได้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ระดับฝีมือ ระดับเทคนิค  ระดับเทคโนโลยี  มีคุณภาพและสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของสถานประกอบการ และมีปริมาณเพียงพอ     ต่อความต้องการกำลังคนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดสังคมแห่งปัญญา (Wisdom Society) สร้างความมั่นคงมั่งคั่งในสังคมอุดมปัญญาสนับสนุนสถานศึกษาให้ผลิตกำลังคน ที่เพียงพอเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชนจากการพัฒนาอาชีพตามภูมิสังคมอาชีพ เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ของประเทศ

เอกสารอ้างอิง

 

1. สำนักงานปลัดกระทรวง. 2542. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ:

           กระทรวงศึกษาธิการ.

2. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. 2551.  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พุทธศักราช 2551.

           กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.

3. สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ. 2546. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545  

           (ปรับปรุง พ.ศ.2546). กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  

4. สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ. 2546. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช

           2546. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

5. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). 2546. พระราชบัญญัติ

           การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.

6. อัญชลี ธรรมะวิธีกุล. 2552. การศึกษานอกระบบ. (Online) Available  from

             http://panchalee.wordpress.com/2009/05/17/non-formaleducation/

7. พิมพร  ศะริจันทร์. 2549. การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี. (Online) Available  from 

             http://www.nsdv.go.th/pr/dvt/mean.htm

8. พิมพร  ศะริจันทร์. 2550. หลักสูตรฐานสมรรถนะ. (Online) Available  from 

             http://www.nsdv.go.th/industrial/competence/first.htm

9. นิคม  ทองแดง. 2549. นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา. (Online) Available  from 

             http://www.trang.psu.ac.th/

10. สมศักดิ์ คงเที่ยง. 2549. การจัดการความรู้. (Online) Available  from  http://www.trang.psu.ac.th.

11. สมทรง ลิมาลัย.2549. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน. (Online) Available  from  https://www.myfirstbrain.com.

12. สุราษฏร์ พรมจันทร์. 2548. การวัดผลการศึกษา. กรุงเทพฯ

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากคับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: