เรารักศรีสะเกษ : KEEP SISAKET BEAUTIFUL


เรียบเรียงโดย ดร.อนันท์  งามสะอาด     
       สืบเนื่องจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสัมมนาวิชาการและนิทรรศการการศึกษาไทย ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่างซีและผู้เขียนได้มีโอกาสเป็นผู้แทนผู้บริหารอาชีวศึกษาเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง Chinese-Thai Cooperation : New Challenges in knowledge Driven world 2009  ณ นครหนานหนิง มณฑลปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2552 มีสาระที่ควรเป็นข้อคิดต่อการพัฒนาศรีสะเกษของเรา ดังนี้

  1. การพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งทางวิชาการของจีนและไทย ผ่านความเป็นหุ้นส่วนทางวิชาการนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและความสนับสนุนทั้งในระดับชาติและระดับสถาบัน จึงมีการสร้างกลไกส่งเสริมและเอื้ออำนวยให้การดำเนินกิจกรรมความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ ระหว่าง 2 ประเทศเป็นไปโดยสะดวกและคล่องตัว โดยได้เคยลงนามความร่วมมือไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2550 ณ กรุงปักกิ่ง และสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันขงจื๊อในสถาบันการศึกษาไทยตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 13 แห่ง
  2. การจัดสัมมนาและนิทรรศการในประเทศจีนเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาจีนและไทยขยายขอบข่ายกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นช่องทางให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเชี่ยวชาญระหว่างกันแล้ว ยังเป็นการผนึกกำลัง  ของสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์
  3. กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือกับจีนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยประสานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี เพื่อผลักดันให้มีการทดสอบมาตรฐานภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ
  4. เขตปกครองตนเองชนชาติกว่างซี ซึ่งเป็นที่มีนักเรียนนักศึกษาชาวจีนไปเรียนที่เมืองไทยจำนวนมากที่สุดในจีน อาจเรียกได้ว่าเป็นจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เรียนในเมืองไทยมากที่สุดในโลกก็ได้ เฉพาะมณฑลกว่างซีนี้มีเกือบ 3,000 คน จากจำนวนนักศึกษาชาวจีนที่ไปเรียนเมืองไทยกว่า 10,000 คน  จึงถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคที่จะเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนเมืองไทยให้    เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 คนภายในปี พ.ศ. 2557

                จากนโยบายการปฏิรูปการศึกษารองสอง ของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2552-2561)  ซึ่งให้ความสำคัญของการยกระดับการศึกษาไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค ( Education Hub )     รวมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย จึงเป็นโอกาสสำคัญของสถานศึกษา       อาชีวศึกษาศรีสะเกษ จะต้องผนึกกำลังกันเพื่อเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการแบบใหม่ที่เน้นการ          มีส่วนร่วมนำระบบและวิธีการบริหารจัดการแนวใหม่มาใช้ เพื่อเตรียมสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้          ไม่เฉพาะการตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ศรีสะเกษ แต่ต้องเตรียมการเพื่อรองรับ    ผู้เรียนจากประเทศเพื่อนบ้านและจีน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของศรีสะเกษให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: